<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ภาษีขายของออนไลน์ &#8211; shopdd.info</title>
	<atom:link href="https://shopdd.info/tag/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B5%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%A5%E0%B8%99%E0%B9%8C/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://shopdd.info</link>
	<description>สินค้า บริการและข่าวประชาสัมพันธ์ออนไลน์</description>
	<lastBuildDate>Thu, 28 Sep 2023 03:36:07 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.4.8</generator>

<image>
	<url>https://shopdd.info/wp-content/uploads/2023/08/cropped-2-32x32.png</url>
	<title>ภาษีขายของออนไลน์ &#8211; shopdd.info</title>
	<link>https://shopdd.info</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ไม่รู้ไม่ได้! ศึกษาให้ดีเรื่อง ภาษีขายของออนไลน์ สิ่งสำคัญของคนทำธุรกิจ E-Commerce!</title>
		<link>https://shopdd.info/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b9%8c-e-commerce/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 28 Sep 2023 03:36:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Educational Articles]]></category>
		<category><![CDATA[Finance]]></category>
		<category><![CDATA[Technology]]></category>
		<category><![CDATA[e-Commerce]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีขายของออนไลน์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://shopdd.info/?p=1542</guid>

					<description><![CDATA[ไม่รู้ไม่ได้! ศึกษาให้ดีเรื่อง ภาษีขายของออนไลน์ สิ่งสำคัญของคนทำธุรกิจ E-Commerce! เป็นที่รู้กันว่าในปัจจุบันนี้ การซื้อขายสินค้าและบริการออนไลน์กลายเป็นสิ่งที่แพร่หลายและเติบโตขึ้นอย่างมาก นี่คือโอกาสที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการขายสินค้าของตนเองหรือเปิดธุรกิจ SMEs ในโลกออนไลน์ แต่มีอะไรหนึ่งที่คนมักมองข้ามไปได้คือ &#8220;ภาษีขายของออนไลน์&#8221;  เมื่อคุณเริ่มทำธุรกิจออนไลน์หรือ E-Commerce ความสำเร็จคือเป้าหมายหลัก แต่อย่าลืมว่า &#8220;การจ่ายภาษี&#8221; เป็นส่วนสำคัญที่ไม่ควรปล่อยผ่านเด็ดขาด ในบทความนี้เราจะพาคุณทำความเข้าใจถึงภาษีขายของออนไลน์หรือภาษี E-Commerce]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h1><b>ไม่รู้ไม่ได้! ศึกษาให้ดีเรื่อง ภาษีขายของออนไลน์ สิ่งสำคัญของคนทำธุรกิจ E-Commerce!</b></h1>
<p><span style="font-weight: 400;">เป็นที่รู้กันว่าในปัจจุบันนี้ การซื้อขายสินค้าและบริการออนไลน์กลายเป็นสิ่งที่แพร่หลายและเติบโตขึ้นอย่างมาก นี่คือโอกาสที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการขายสินค้าของตนเองหรือเปิดธุรกิจ SMEs ในโลกออนไลน์ แต่มีอะไรหนึ่งที่คนมักมองข้ามไปได้คือ &#8220;ภาษีขายของออนไลน์&#8221;  เมื่อคุณเริ่มทำธุรกิจออนไลน์หรือ E-Commerce ความสำเร็จคือเป้าหมายหลัก แต่อย่าลืมว่า &#8220;การจ่ายภาษี&#8221; เป็นส่วนสำคัญที่ไม่ควรปล่อยผ่านเด็ดขาด ในบทความนี้เราจะพาคุณทำความเข้าใจถึงภาษีขายของออนไลน์หรือภาษี E-Commerce อย่างละเอียด โดยมีรายละเอียดและข้อมูลสำคัญที่คุณควรรู้ในการดำเนินธุรกิจของคุณ กันเถอะ!</span></p>
<h2><b>ภาษีขายของออนไลน์คืออะไร?</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ภาษีขายของออนไลน์หรือภาษี E-Commerce เป็นภาษีที่ต้องเสียเมื่อคุณขายสินค้าหรือบริการออนไลน์ในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นการขายในลักษณะอาชีพเสริมหรือเป็นรายได้หลัก รายได้จากการขายสินค้าหรือบริการถือเป็นเงินได้ประเภทที่ 8 ตามกฎหมายภาษีอากร</span></p>
<h2><b>ผู้ประกอบการแบบบุคคลธรรมดา</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ในกลุ่มนี้เป็นผู้ขายที่ไม่ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล เขาอาจจะทำการขายของเองหรือนำสินค้ามาจากที่อื่นแล้วขายในรูปแบบของบุคคลธรรมดา รายได้จากการขายสินค้านี้ถือเป็นเงินได้จากการขายสินค้าและบริการ (เงินได้ประเภทที่ 8) ภาษีจะถูกคิดตามอัตราภาษีที่เป็นเงินได้สุทธิ (ภ.ง.ด. 91) ซึ่งจะคำนวณได้สองแบบ และผู้ประกอบการต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งที่ต้องจ่ายสูงกว่า</span></p>
<h3><b>แบบที่ 1: มีรายได้จากการขายสินค้าหรือบริการเป็นรายได้หลัก</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">คำนวณแบบเงินได้สุทธิ (ภ.ง.ด. 91): รายได้ &#8211; ค่าใช้จ่าย &#8211; ค่าลดหย่อน</span></p>
<h3><b>แบบที่ 2: มีงานประจำและรายได้จากการขายสินค้าเกิน 120,000 บาท (ต่อปีภาษี)</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">คำนวณแบบเงินได้พึงประเมิน (ภ.ง.ด. 94): นำเงินได้จากการขายสินค้าทั้งหมดคูณด้วย 0.005 และตรวจสอบกับภ.ง.ด. 91 ว่าภาษีที่ต้องจ่ายมากกว่ากัน</span></p>
<h2><b>ผู้ประกอบการแบบนิติบุคคล</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ในกลุ่มนี้เป็นผู้ขายที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล เช่น บริษัทหรือห้างหุ้นส่วน จะต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามกำไรสุทธิตามกฎหมายภาษีอากร อัตราภาษีคือ 20% ของกำไรสุทธิ</span></p>
<h2><b>รายได้จากการขายสินค้าออนไลน์</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณคงจะสงสัยว่าคำว่า &#8220;รายได้&#8221; หมายความว่าอะไรบ้างในบริบทของการขายสินค้าออนไลน์ รายได้นี้ไม่เกี่ยวกับเงินได้จากเงินเดือนหรืออาชีพอื่นๆ ที่คุณมี แต่เป็นรายได้ที่คุณได้จากการขายสินค้าหรือบริการออนไลน์ หากมีรายได้เกิน 1,800,000 บาทต่อปี คุณจะต้องจัดการเรื่องภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) โดยจะต้องจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และรายงานภาษีขาย รายงานภาษีซื้อ และยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม</span></p>
<h2><b>รายได้จากการขายสินค้าหรือบริการ</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อคุณขายของออนไลน์ รายได้จากการขายสินค้าหรือบริการนั้นถือเป็นรายได้ที่ต้องเสียภาษี การคำนวณภาษีขึ้นอยู่กับประเภทของรายได้และรูปแบบธุรกิจของคุณ</span></p>
<h3><b>1.ภาษีเงินได้ </b></h3>
<p><b>-บุคคลธรรมดา</b><b>  </b><span style="font-weight: 400;">ถ้าคุณขายของออนไลน์เป็นรายได้หลักและไม่ได้รับเงินเดือนประจำ คุณต้องคำนวณภาษีจากเงินได้สุทธิ ซึ่งคำนวณได้โดยการหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนจากรายได้ของคุณ</span></p>
<p><b>-นิติบุคคล  </b><span style="font-weight: 400;">นิติบุคคลจะต้องเสียภาษีจากกำไรสุทธิตามกฎหมายภาษีอากร อัตราภาษีคือ 20% ของกำไรสุทธิหลังหักค่าใช้จ่าย</span></p>
<h3><b>2.เงินได้พึงประเมิน (ภ.ง.ด. 94)</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าคุณมีรายได้จากการขายสินค้าเกิน 120,000 บาทต่อปี และมีรายได้จากงานประจำ คุณต้องคำนวณภาษีโดยใช้สูตรเงินได้จากการขายสินค้าคูณ 0.005 และนำไปเทียบกับภาษีเงินได้สุทธิ</span></p>
<h2><b>3. ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">การจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เกิดขึ้นเมื่อธุรกิจของคุณมีรายได้เกิน 1,800,000 บาทต่อปี คุณจะต้องจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการภาษีมูลค่าเพิ่ม และจ่ายภาษี VAT พร้อมจัดทำรายงานภาษี</span></p>
<h2><b>4. การปฏิบัติถูกต้อง</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">การไม่เสียภาษีเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้น หากคุณมีรายได้จากการขายสินค้าออนไลน์แล้วไม่แจ้งหรือไม่จ่ายภาษี คุณจะเรียกว่า &#8220;ผิดกฎหมาย&#8221; และอาจต้องเสียค่าปรับพร้อมดอกเบี้ยที่เรียกว่า &#8220;เบี้ยปรับและเงินเพิ่ม&#8221; นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงที่กรมสรรพากรอาจตรวจสอบรายการเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง ซึ่งอาจทำให้ธุรกิจของคุณมีความเสี่ยงในอนาคต</span></p>
<h2><b>5. สรุป</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">การทำธุรกิจ E-Commerce หรือการขายสินค้าออนไลน์เป็นโอกาสที่ดีในยุคปัจจุบัน แต่ควรระมัดระวังเรื่องภาษีขายของออนไลน์ เพื่อป้องกันตัวเองจากความไม่ถูกต้องตามกฎหมาย และควรทำการบันทึกข้อมูลและจ่ายภาษีให้ถูกต้องตามกฎหมายไทย  การเสียภาษีขายของออนไลน์เป็นสิ่งจำเป็นในการดำเนินธุรกิจ E-Commerce อย่างถูกต้อง คุณต้องคำนึงถึงประเภทของรายได้และรูปแบบธุรกิจของคุณเพื่อคำนวณภาษีให้ถูกต้อง</span></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
