<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ลูกหนี้เตรียมตัว &#8211; shopdd.info</title>
	<atom:link href="https://shopdd.info/tag/%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://shopdd.info</link>
	<description>สินค้า บริการและข่าวประชาสัมพันธ์ออนไลน์</description>
	<lastBuildDate>Mon, 25 Sep 2023 07:55:53 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.4.8</generator>

<image>
	<url>https://shopdd.info/wp-content/uploads/2023/08/cropped-2-32x32.png</url>
	<title>ลูกหนี้เตรียมตัว &#8211; shopdd.info</title>
	<link>https://shopdd.info</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ดอกเบี้ยขึ้นแบบนี้ ลูกหนี้ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง</title>
		<link>https://shopdd.info/%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2-%e0%b8%82%e0%b8%b6%e0%b9%89%e0%b8%99-%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 25 Sep 2023 07:55:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Educational Articles]]></category>
		<category><![CDATA[Finance]]></category>
		<category><![CDATA[ดอกเบี้ยขึ้น]]></category>
		<category><![CDATA[ลูกหนี้เตรียมตัว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://shopdd.info/?p=1478</guid>

					<description><![CDATA[ดอกเบี้ยขึ้นแบบนี้ ลูกหนี้ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง การเผชิญกับอัตราดอกเบี้ยที่ขึ้นสูงอาจทำให้ลูกหนี้ต้องเสียสติกับสถานการณ์การเงินของตนเองอีกครั้ง ด้วยเหตุนี้ ข้อมูลและวิธีการจัดการหนี้เมื่ออัตราดอกเบี้ยขึ้นก็กลายเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้ลูกหนี้สามารถรับมือกับเรื่องนี้อย่างมีประสิทธิภาพ ข้างล่างนี้เราจะแบ่งปันวิธีการจัดการหนี้และลดรายจ่ายในช่วงอัตราดอกเบี้ยขึ้น และวิธีเจรจากับสถาบันการเงินเพื่อความประสงค์ของคุณ ประเภทสินเชื่อพร้อมอัตราดอกเบี้ย สินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีทรัพย์สินเป็นหลักประกัน มักจะมีอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่า เพราะเป็นสินเชื่อที่มีความเสี่ยงสูงกว่าสินเชื่อที่มีหลักประกัน สินเชื่อบัตรเครดิต ดอกเบี้ยร้อยละ 16 สินเชื่อบัตรกดเงินสด: ดอกเบี้ยร้อยละ 25 สินเชื่อบัตรส่วนบุคคล:]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h1><b>ดอกเบี้ยขึ้นแบบนี้ ลูกหนี้ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง</b></h1>
<p><span style="font-weight: 400;">การเผชิญกับอัตราดอกเบี้ยที่ขึ้นสูงอาจทำให้ลูกหนี้ต้องเสียสติกับสถานการณ์การเงินของตนเองอีกครั้ง ด้วยเหตุนี้ ข้อมูลและวิธีการจัดการหนี้เมื่ออัตราดอกเบี้ยขึ้นก็กลายเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้ลูกหนี้สามารถรับมือกับเรื่องนี้อย่างมีประสิทธิภาพ ข้างล่างนี้เราจะแบ่งปันวิธีการจัดการหนี้และลดรายจ่ายในช่วงอัตราดอกเบี้ยขึ้น และวิธีเจรจากับสถาบันการเงินเพื่อความประสงค์ของคุณ</span></p>
<h2><b>ประเภทสินเชื่อพร้อมอัตราดอกเบี้ย</b></h2>
<h3><b>สินเชื่อส่วนบุคคล</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">สินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีทรัพย์สินเป็นหลักประกัน มักจะมีอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่า เพราะเป็นสินเชื่อที่มีความเสี่ยงสูงกว่าสินเชื่อที่มีหลักประกัน</span></p>
<h3><b>สินเชื่อบัตรเครดิต</b></h3>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ดอกเบี้ยร้อยละ 16</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">สินเชื่อบัตรกดเงินสด: ดอกเบี้ยร้อยละ 25</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">สินเชื่อบัตรส่วนบุคคล: ดอกเบี้ยร้อยละ 25</span></li>
</ul>
<h3><b>สินเชื่อเช่าซื้อรถ</b></h3>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">รถยนต์ใหม่: ไม่เกินร้อยละ 10 ต่อปี</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">รถยนต์ใช้แล้ว: ไม่เกินร้อยละ 15 ต่อปี</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">รถจักรยานยนต์ทั้งเก่าและใหม่: ไม่เกินร้อยละ 23 ต่อปี</span></li>
</ul>
<h3><b>สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ดอกเบี้ยขึ้นอยู่กับแต่ละธนาคาร ณ วันที่ 9 มิถุนายน 2566 MRR จะอยู่ที่ 6.9%-7.5%</span></p>
<h2><b>การจัดการหนี้อย่างมีประสิทธิภาพ</b></h2>
<h3><b>1.ปิดบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด หรือสินเชื่อส่วนบุคคลก่อน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">บัตรเครดิตเป็นสินเชื่อที่หลายคนเลือกใช้มากที่สุด แต่หากไม่วางแผนการใช้บัตรเครดิตให้ดี ๆ ก็เป็นอีกหนึ่งสินเชื่อที่สร้างปัญหาทางการเงินไม่ใช่น้อย ซึ่งการใช้ทั้งบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด และสินเชื่อประเภทอื่น ๆ ยอดผ่อนชำระต่อเดือนควรอยู่ที่ 30% ของรายได้ หรือไม่เกิน 40% จึงจะดีที่สุด อย่างที่เราบอกไปข้างต้นว่าอัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อทั้ง 3 ประเภทนี้ มีอัตราดอกเบี้ยสูงถึงร้อยละ 16-25 ใครที่มีหนี้กลุ่มเยอะ ๆ ควรหาวิธีปิดบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด หรือสินเชื่อส่วนบุคคลก่อน การลดรายจ่ายส่วนนี้ออกไปจะช่วยให้คุณมีเงินเหลือไปใช้หนี้ หรือใช้จ่ายส่วนอื่นได้ดียิ่งขึ้น ดังนั้น หยุดเอาบัตรนู้นมาโปะบัตรนี้ ที่จะทำให้เป็นการสร้างหนี้เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว และในอนาคตจะยิ่งบริหารจัดการหนี้ได้ยากกว่าเดิม</span></p>
<h3><b>2.รวมหนี้เป็นก้อนเดียว</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การจัดการหนี้ที่มีการผ่อนชำระหลายแห่งอาจกลายเป็นภาระทางการเงินให้กับคุณ และการจัดการหนี้นี้อาจทำให้คุณสับสนในการตรวจสอบว่าควรจะจ่ายหนี้แห่งใดก่อน หากคุณมีหนี้บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด หรือสินเชื่อส่วนบุคคล ลองหาสินเชื่อที่ให้กู้เป็นเงินก้อนใหญ่อย่างสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ หรือสินเชื่อทะเบียนรถเก๋ง-กระบะ สินเชื่อทะเบียนรถมอเตอร์ไซค์ เพราะสินเชื่อกลุ่มนี้จะมีอัตราดอกเบี้ยที่ถูกกว่าเท่าตัวเลย เมื่อได้เงินก้อนมาก ให้นำไปปิดบัตรเครดิตหรือบัตรต่าง ๆ ที่ผ่อนไม่ไหว เพื่อที่จะได้เป็นหนี้ที่เดียวในอัตราดอกเบี้ยที่ถูกลงกว่าเดิมอย่างแน่นอน</span></p>
<h3><b>3.เจรจากับสถาบันการเงิน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อประเภทไหนก็ตาม เมื่อคุณเริ่มเข้าใจสถานการณ์การเงินของตัวเองแล้วว่าน่าจะผ่อนไม่ไหว ให้รีบเจรจา พูดคุย กับสถาบันการเงินนั้น ๆ ทันที เพื่อขอปรับเงื่อนไขการผ่อนชำระหนี้ก่อนจะเลยวันกำหนดชำระ เพราะมีโอกาสสูงที่สถาบันการเงินจะเข้าใจสถานการณ์ของคุณ พร้อมนำเสนอเงื่อนไขที่พอจะช่วยคุณได้อย่างแน่นอน และอาจจะไม่ทำให้คุณต้องเสียประวัติเครดิตบูโรอีกด้วย</span></p>
<h3><b>4.ลดดอกเบี้ยได้ง่าย ๆ ด้วยการ Retention หรือ Refinance</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยไม่ว่าจะเป็นบ้านหรือคอนโดทุกประเภท ดอกเบี้ยตามสัญญาเงินกู้สามารถนำไป Retention หรือ Refinance เพื่อปรับลดอัตราดอกเบี้ยหรือปรับเปลี่ยนเงื่อนไขของสัญญาเงินกู้ให้มีความเหมาะสมกับคุณมากขึ้นได้ เช่น ระยะเวลาการผ่อนที่นานขึ้น หรือค่างวดผ่อนชำระต่อเดือนที่น้อยลง เป็นต้น</span></p>
<h2><b>สรุป</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">การเตรียมตัวและจัดการหนี้เมื่อดอกเบี้ยขึ้นสูงขึ้นนั้นเป็นเรื่องสำคัญ เราต้องรู้ถึงประเภทสินเชื่อและอัตราดอกเบี้ยที่เกี่ยวข้อง  วิธีรับมือเมื่ออัตราดอกเบี้ยขึ้นคือการจัดการหนี้อย่างมีประสิทธิภาพและวางแผนการเงินเพื่อให้ชำระหนี้ได้อย่างสมดุล โดยควรจะระบุยอดผ่อนในแต่ละเดือนให้ไม่เกิน 40% ของรายได้ เพื่อไม่ให้เกิดความเครียดทางการเงิน หากต้องเผชิญกับช่วงดอกเบี้ยขึ้น นอกจากนี้ การวางแผนการจัดการหนี้ด้วยความรอบคอบ และการเจรจากับสถาบันการเงินอาจเป็นวิธีที่ช่วยคุณลดรายจ่ายและรับมือกับสถานการณ์นี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด กรุณาพิจารณาและดำเนินการตามคำแนะนำข้างต้นเพื่อความปลอดภัยในการจัดการหนี้ของคุณในช่วงเวลาที่อัตราดอกเบี้ยขึ้นสูงขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพและเห็นผลมากที่สุด</span></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
