<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>โฆษณาบน YouTube &#8211; shopdd.info</title>
	<atom:link href="https://shopdd.info/tag/%E0%B9%82%E0%B8%86%E0%B8%A9%E0%B8%93%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%99-youtube/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://shopdd.info</link>
	<description>สินค้า บริการและข่าวประชาสัมพันธ์ออนไลน์</description>
	<lastBuildDate>Thu, 28 Sep 2023 03:56:46 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.4.8</generator>

<image>
	<url>https://shopdd.info/wp-content/uploads/2023/08/cropped-2-32x32.png</url>
	<title>โฆษณาบน YouTube &#8211; shopdd.info</title>
	<link>https://shopdd.info</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>โฆษณาบน YouTube แบบไหนที่เหมาะกับธุรกิจคุณ</title>
		<link>https://shopdd.info/%e0%b9%82%e0%b8%86%e0%b8%a9%e0%b8%93%e0%b8%b2-youtube-%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%b0-%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 28 Sep 2023 03:56:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Educational Articles]]></category>
		<category><![CDATA[Technology]]></category>
		<category><![CDATA[โฆษณาบน YouTube]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://shopdd.info/?p=1551</guid>

					<description><![CDATA[โฆษณาบน YouTube แบบไหนที่เหมาะกับธุรกิจคุณ โฆษณาบน YouTube เป็นเครื่องมือที่สำคัญในการโปรโมทแบรนด์และสินค้าของคุณให้กับโลกใบนี้ แต่คุณเคยสงสัยไหมว่าควรเลือกประเภทของโฆษณาใน YouTube แบบไหนที่เหมาะสมกับธุรกิจของคุณ? บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับประเภทต่างๆของโฆษณาบน YouTube และวิธีการเลือกให้ตรงกับแบรนด์และวัตถุประสงค์ของคุณ เคยสงสัยกันมั้ยว่าธุรกิจขนาดเล็กขนาดใหญ่มากมายที่เราเคยเห็นผ่านโฆษณาบน YouTube มักมีการโฆษณาหลากหลายรูปแบบทั้งกดข้ามได้และกดข้ามไม่ได้ ไปแสดงที่นู่นที่นี่ให้เห็นบ่อยๆจนเราสามารถจดจำธุรกิจเหล่านั้นได้ และถ้าเราอยากลงโฆษณาแบรนด์ของเราบ้างล่ะ เราควรจะเลือกแบบไหนดี 1.โฆษณารูปแบบ Trueview]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h1><b>โฆษณาบน YouTube แบบไหนที่เหมาะกับธุรกิจคุณ</b></h1>
<p><span style="font-weight: 400;">โฆษณาบน YouTube เป็นเครื่องมือที่สำคัญในการโปรโมทแบรนด์และสินค้าของคุณให้กับโลกใบนี้ แต่คุณเคยสงสัยไหมว่าควรเลือกประเภทของโฆษณาใน YouTube แบบไหนที่เหมาะสมกับธุรกิจของคุณ? บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับประเภทต่างๆของโฆษณาบน YouTube และวิธีการเลือกให้ตรงกับแบรนด์และวัตถุประสงค์ของคุณ เคยสงสัยกันมั้ยว่าธุรกิจขนาดเล็กขนาดใหญ่มากมายที่เราเคยเห็นผ่านโฆษณาบน YouTube มักมีการโฆษณาหลากหลายรูปแบบทั้งกดข้ามได้และกดข้ามไม่ได้ ไปแสดงที่นู่นที่นี่ให้เห็นบ่อยๆจนเราสามารถจดจำธุรกิจเหล่านั้นได้ และถ้าเราอยากลงโฆษณาแบรนด์ของเราบ้างล่ะ เราควรจะเลือกแบบไหนดี</span></p>
<h2><b>1.โฆษณารูปแบบ Trueview</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">โฆษณารูปแบบ Trueview คือโฆษณาที่ทาง YouTube จะคิดค่าโฆษณาก็ต่อเมื่อเกิดการดูโฆษณานั้นจริงๆ โดยคิดจากคนที่ดูโฆษณาอย่างน้อย 30 วินาทีหรือดูจนจบ โดยระบบจะเป็นตัวคัดเลือกผู้ชมที่อาจเป็นกลุ่มเป้าหมายให้เอง โดยดูจากประวัติการค้นหาของบุคคลนั้น เหตุผลนี้เป็นข้อดีอย่างมากเพราะโฆษณาของเราจะเข้าไปอยู่ในกลุ่มเป้าหมาย และทำให้มีโอกาสเพิ่มยอดขายสินค้าหรือบริการได้</span></p>
<h3><b>1.1 SKIPPABLE IN-STREAM ADS (TRUEVIEW – INSTREAM ADS)</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หรือที่หลายคนเรียกกันง่ายๆว่า Skip Ads เป็นโฆษณาที่สามารถกดข้ามวีดีโอได้หลังจาก 5 วินาที โดยสามารถกำหนดได้ว่าจะให้โฆษณาแทรกขึ้นมาตั้งแต่เริ่มต้น ระหว่างวีดีโอหลัก หรือตอนจบวีดีโอหลัก สามารถแสดงผลได้ทั้งบน YouTube เว็บ และแอปพลิเคชันที่เป็นพาร์ทเนอร์กับ Google โฆษณารูปแบบนี้เหมาะกับคนที่ต้องการขายสินค้า เพิ่มจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ โปรโมทธุรกิจให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย</span></p>
<h3><b>1.2 VIDEO DISCOVERY ADS (TRUEVIEW DISCOVERY ADS)</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">โฆษณาประเภทนี้จะแสดงผลอยู่ใน 3 ส่วนคือ หน้าแรกของ YouTube หน้าผลการค้นหา และหน้าวีดีโอหลัก โดยบางแหล่งอ้างอิงจะเรียกว่า Trueview in – search Ads คือหน้าผลการค้นหา หรือ Trueview in – display Ads คือหน้าวีดีโอหลัก โดยโฆษณาประเภทนี้เหมาะอย่างมากสำหรับธุรกิจที่ต้องการเพิ่ม Product Consideration เมื่อผู้บริโภคสนใจสินค้าชนิดใดชนิดหนึ่งย่อมมีการค้นหาข้อมูลของสินค้าตัวนั้น และการที่ลูกค้าได้เห็นสินค้าหรือบริการจากโฆษณาจะช่วยเพิ่มแรงจูงใจในการซื้อสินค้าหรือบริการเราได้มากขึ้น</span></p>
<h2><b>2. NON-SKIPPABLE – STREAM ADS</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">โฆษณาประเภทนี้อยู่ตรงกันข้ามกับตัวแรกเพราะว่าไม่สามารถกด Skip ได้ โดย YouTube กำหนดวิดีโอโฆษณาประเภทนี้มีความยาวได้ไม่เกิน 15 วินาที สามารถกำหนดได้ว่าต้องการให้โฆษณาแสดงผลในช่วงไหนของวิดีโอหลัก เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการ ทำให้คนรู้จักมากขึ้น โปรโมทสินค้า/บริการให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย</span></p>
<h2><b>3. BUMPER ADS</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เป็นวิดีโอโฆษณาที่ขึ้นมาแทรกในวิดีโอหลักทุกช่วงเช่นกัน แต่มีเวลาเพียง 6 วินาทีเท่านั้น ไม่สามารถกด Skip ได้ เหมาะกับคนที่ต้องการจะโปรโมทผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ หรือโปรโมชันพิเศษประจำช่วงเวลานั้นๆ แต่เนื่องจากมีเวลาเพียงค่ 6 วินาที จึงต้องวางแผนให้ดีว่าต้องการสื่ออะไรให้คนเห็นเข้าใจทันที</span></p>
<h2><b>4. OUTSTREAM ADS</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ถึงแม้ว่าคอนเท้นนี้จะอธิบายประเภทของโฆษณาบน YouTube แต่โฆษณาตัวนี้จะไม่แสดงผลที่ YouTube ถึงแม้จะตั้งค่าผ่าน YouTube ก็ตาม โดยจะแสดงผลเฉพาะบน Mobile Website และบน Mobile Application ที่เป็นพาร์ทเนอร์กับ Google เท่านั้น เนื่องจากโฆษณาประเภทนี้เข้าถึงเฉพาะมือถือและแท็บเล็ต จึงเป็นอีกทางหนึ่งที่ช่วยโปรโมทแบรนด์ สินค้า และบริการให้ผู้บริโภคเห็นมากขึ้น เพราะว่าปัจจุบันหลายๆคนใช้มือถือในการค้นหาข้อมูลมากกว่าคอมพิวเตอร์เสียอีก</span></p>
<h2><b>5. MASTHEAD ADS</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">และก็มาถึงโฆษณาที่มีความยากที่สุดในการลงคือ Masthead Ads โฆษณาประเภทนี้จะแสดงผลเฉพาะหน้าแรกของ YouTube เท่านั้น มาพร้อมกับฟังก์ชันปิดเสียงแต่วิดีโอโฆษณายังคงเล่นต่อไป ที่บอกไปว่ายากที่สุดในการลงคือ ไม่ใช่ว่ามีเงินแล้วจะลงได้เลย แต่ต้องติดต่อ Google Sale Representative ก่อนถึงจะใช้โฆษณาประเภทนี้ได้ ซึ่งแน่นอนว่าราคาต้องสูงมากแน่ๆ ในต่างประเทศราคาอาจอยู่ประมาณ 300,000 ถึง 400,000 เหรียญ โดยราคาจะผันแปรตามประเทศเป้าหมายที่เราต้องการโฆษณา</span></p>
<h2><b>6. โฆษณาที่ไม่ใช่วิดีโอ</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากโฆษณาที่เป็นวิดีโอแล้ว YouTube ยังมีโฆษณาที่เป็นแบนเนอร์ที่ผู้ชมสามารถกดเข้าไปดูข้อมูลได้ จุดประสงค์หลักก็คือเพิ่มการรับรู้ของแบรนด์ และทำให้ธุรกิจเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย โดยโฆษณาที่ไม่ใช่วิดีโอจะแบ่งเป็น 2 ประเภท</span></p>
<h2><b>6.1 Display Ads</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เป็นแบนเนอร์ที่แสดงอยู่ด้านข้างของวิดีโอหลัก ซึ่งโฆษณาจะเกี่ยวข้องกับวิดีโอหลักที่เราดู ซึ่งโฆษณาประเภทนี้กับ Discovery Ads สามารถแสดงผลพร้อมกันได้</span></p>
<h2><b>6.2 Overlay – in – Video Ads</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เป็นแบนเนอร์ที่จะแสดงอยู่ด้านล่างภายในตัววิดีโอหลัก สามารถกดปิดได้ โดยแบนเนอร์สามารถแสดงขึ้นมาได้ทุกช่วงของวิดีโอ</span></p>
<h2><b>เทคนิคสำหรับโฆษณาบน YouTube ที่ได้ผล</b></h2>
<p><b>-รู้ว่าผู้ชมคือใคร –</b><span style="font-weight: 400;"> หากไม่รู้กลุ่มเป้าหมายแล้วล่ะก็ โฆษณาที่ทำมาอาจจะไม่ตรงกับกลุ่มเป้าหมายใดเลย ทำให้เสียค่าโฆษณาไปฟรีๆ</span></p>
<p><b>-แสดงแบรนด์/สินค้าให้ชัดเจน –</b><span style="font-weight: 400;"> การแสดงแบรนด์หรือสินค้าให้ชัดเจนเป็นสิ่งสำคัญ เพราะเป็นสิ่งที่สามารถสื่อสารโดยตรงใหู้้ชมเข้าใจว่าสินค้าของเราคืออะไร</span></p>
<p><b>-บอกผู้ชมให้รู้ว่าต้องทำอะไรต่อ – </b><span style="font-weight: 400;">บอกช่องทางให้ชัดเจนทั้งช่องทางในการติดตาม หรือช่องทางในการซื้อสินค้า หากลูกค้ารับรู้ถึงแบรนด์หรือสินค้าของเรา แต่ไม่รู้ต้องไปซื้อที่ไหน มันก็ไม่มีประโยชน์อะไรเลยในการทำโฆษณาบน YouTube</span></p>
<p><b>-ไม่ทำโฆษณายืดเยื้อ –</b><span style="font-weight: 400;"> คำว่ายืดเยื้อในที่นี่ไม่ได้หมายถึงระยะเวลาของวีดีโอโฆษณา แต่หมายถึงการเข้าเนื้อหาหลักที่ต้องการโฆษณา หากเข้าถึงเนื้อหาได้ในจังหวะที่ถูกต้อง สามารถทำให้ผู้ชมดูจบได้</span></p>
<h2><b>สรุป</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับประเภทของโฆษณาบน YouTube โฆษณาบน YouTube นั้นเป็นส่วนหนึ่งกับ Google Ads จะเห็นได้ว่าโฆษณาบางรูปแบบจะสามารถไปแสดงบนเว็บไซต์ที่เป็นพาร์ทเนอร์กับ Google ได้ด้วย สำหรับใครที่ต้องการทำ โฆษณาบน YouTube สามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปปรับใช้ให้ตรงกับเป้าหมายของธุรกิจ โดยอย่าลืมคำนึงถึงจุดประสงค์หลักของธุรกิจคุณว่าต้องการอะไรถึง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ว่าโฆษณาแต่ละประเภทนั้นส่วนใหญ่จะช่วยเรื่องเพิ่มการรับรู้ของผู้คนและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ง่ายก็ตาม แต่ก็ยังจำเป็นที่ต้องเลือกประเภทให้เหมาะกับวิธีการโฆษณาของธุรกิจคุณมากที่สุด  สุดท้ายถ้าธุรกิจมีการทำโฆษณาให้น่าสนใจ ยังไงคนส่วนใหญ่จะต้องติดตามต่อแน่นอน</span></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
