<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Content is king &#8211; shopdd.info</title>
	<atom:link href="https://shopdd.info/tag/content-is-king/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://shopdd.info</link>
	<description>สินค้า บริการและข่าวประชาสัมพันธ์ออนไลน์</description>
	<lastBuildDate>Tue, 03 Oct 2023 02:40:14 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.4.8</generator>

<image>
	<url>https://shopdd.info/wp-content/uploads/2023/08/cropped-2-32x32.png</url>
	<title>Content is king &#8211; shopdd.info</title>
	<link>https://shopdd.info</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ส่องพฤติกรรมนักอ่านออนไลน์ที่คนทำคอนเทนต์ต้องรู้! “Content is king.”</title>
		<link>https://shopdd.info/%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b9%8c-content-is-king/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 03 Oct 2023 02:40:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Educational Articles]]></category>
		<category><![CDATA[Marketing]]></category>
		<category><![CDATA[Technology]]></category>
		<category><![CDATA[Content is king]]></category>
		<category><![CDATA[นักอ่านออนไลน์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://shopdd.info/?p=1588</guid>

					<description><![CDATA[ส่องพฤติกรรมนักอ่านออนไลน์ที่คนทำคอนเทนต์ต้องรู้! “Content is king.” ในยุคนี้ที่โลกออนไลน์มีคอนเทนต์หลายอย่างให้เลือกเสพกันเต็มไปหมด ทำให้พฤติกรรมของนักอ่านเปลี่ยนไป จากเดิมที่มีคนอ่านบทความยาวๆ เดี๋ยวนี้เริ่มกลายเป็น “ยาวไปไม่อ่าน” ยกเว้นว่าเนื้อหาจะดีจริงๆ แต่บางทีบทความที่มีเนื้อหายาวๆ และเรียบเรียงได้ดี ก็มีผู้อ่านน้อยคนมากที่จะอ่านทุกตัวอักษร ส่วนใหญ่ก็อ่านแบบข้ามๆ (Skimming) กันหมด วันนี้ เราจะมาส่องพฤติกรรมนักอ่านออนไลน์ในปัจจุบันกันว่า เดี๋ยวนี้เขาอ่านกันยังไง แล้วคนที่ทำ]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h1><b>ส่องพฤติกรรมนักอ่านออนไลน์ที่คนทำคอนเทนต์ต้องรู้! “Content is king.”</b></h1>
<p><span style="font-weight: 400;">ในยุคนี้ที่โลกออนไลน์มีคอนเทนต์หลายอย่างให้เลือกเสพกันเต็มไปหมด ทำให้พฤติกรรมของนักอ่านเปลี่ยนไป จากเดิมที่มีคนอ่านบทความยาวๆ เดี๋ยวนี้เริ่มกลายเป็น “ยาวไปไม่อ่าน” ยกเว้นว่าเนื้อหาจะดีจริงๆ แต่บางทีบทความที่มีเนื้อหายาวๆ และเรียบเรียงได้ดี ก็มีผู้อ่านน้อยคนมากที่จะอ่านทุกตัวอักษร ส่วนใหญ่ก็อ่านแบบข้ามๆ (Skimming) กันหมด วันนี้ เราจะมาส่องพฤติกรรมนักอ่านออนไลน์ในปัจจุบันกันว่า เดี๋ยวนี้เขาอ่านกันยังไง แล้วคนที่ทำ Content หรือเขียนอะไรสักอย่าง ต้องปรับตัวยังไงบ้าง?</span></p>
<h2><b>1. การสนใจของผู้อ่านออนไลน์</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">การสนใจของผู้อ่านออนไลน์เริ่มหายไปเรื่อยๆ โดย 1.55% ของจำนวน Page View ทั้งหมด ได้รับความสนใจเพียงเวลาน้อยกว่า 15 วินาที</span></p>
<h2><b>2. คอนเทนต์ขายของที่คนไม่อ่าน</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">คอนเทนต์กว่า 60-70% เป็นคอนเทนต์ขายของที่คนไม่อ่าน</span></p>
<h2><b>3. การอ่านเนื้อหาบนเว็บ</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ในปี 2008 มีผลวิจัยระบุว่า ผู้เข้าชมเว็บจะอ่านเนื้อหาเพียง 20% ของเนื้อหาทั้งหมดในหน้านั้นๆ</span></p>
<h2><b>4. การดึงดูดผ่านหัวข้อ</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">หัวข้อ หรือวลีที่มีจำนวนคำแค่ 2-3 คำ จะถูกมองข้ามทันทีกว่า 75% ขณะที่หัวข้อที่มีจำนวนคำประมาณ 8 คำ จะได้รับความสนใจเกือบตลอด</span></p>
<h2><b>5. คำในหัวข้อ</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจัยเรื่องคำในหัวข้อที่ส่งผลต่อการดึงดูดคน คือ Content Word (85%) และ Functional Word (35%)</span></p>
<h2><b>6. รูปแบบการอ่าน</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">รูปแบบการอ่านบนโลกออนไลน์ในปัจจุบันไม่ใช่จาก “ซ้ายไปขวา” ทั้งหมด แต่เป็นการอ่านในรูปตัวอักษร F ซึ่งบ่งบอกถึงการสำรวจเฉพาะหัวข้อที่สนใจ และอ่านเนื้อหาคร่าวๆ ไม่ได้อ่านทั้งหมด</span></p>
<h2><b>7. การกระจายความสนใจในหน้าเว็บ</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">พื้นที่ด้านครึ่งซ้ายของหน้าเว็บ ได้รับความสนใจจากผู้อ่านมากกว่าครึ่งด้านขวา ในสัดส่วน 70% vs 30%</span></p>
<h2><b>8. การสำรวจ Page Fold แรก</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้อ่านใช้เวลากว่า 80% ในการสำรวจคอนเทนต์ที่ปรากฏบน Page Fold แรก (ส่วนแรกของเว็บที่ปรากฏขึ้นมา) ขณะที่เนื้อหาที่ต้องเลื่อนลงมาดูนั้นได้รับความสนใจน้อยกว่ามาก</span></p>
<h2><b>9. เวลาอ่านอีเมลแจ้งข่าวสาร</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เวลาเฉลี่ยในการอ่านอีเมลแจ้งข่าวสาร หรือโปรโมชั่นอยู่ที่ราวๆ 51 วินาที</span></p>
<h2><b>10. การแชร์บนโซเชียล</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลสำรวจจากนิตยสาร TIME ในปี 2014 เผยให้เห็นว่า คนที่มี Activity บนโซเชียลเป็นประจำ และชอบแชร์สิ่งต่างๆ มักไม่ค่อยอ่านสิ่งที่ตัวเองแชร์เท่าไหร่ ซึ่งตรงกันข้ามกับผู้ที่มี Activity บนโซเชียลน้อยๆ ที่ทุกลิงก์ที่แชร์มาคือตนเองได้อ่านหมดแล้ว</span></p>
<h2><b>11. การอ่าน Content ออนไลน์ vs. หนังสือ</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">คนยุคนี้อ่าน Content บนโลกออนไลน์มากกว่าการอ่านหนังสือเป็นเล่มๆ ประมาณ 20-30%</span></p>
<h2><b>12. การอ่านบทความ</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้อ่านแค่ 10-20% เท่านั้น ที่จะอ่านตั้งแต่หัวข้อจนถึงตอนจบของบทความ</span></p>
<h2><b>13. ผู้อ่านที่อ่านนานๆ</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้อ่านที่อ่านบทความนานกว่า 3 นาที จะกลับมายังเว็บไซต์ดังกล่าวบ่อยกว่าผู้ที่อ่านเพียง 1 นาที ถึง 2 เท่า</span></p>
<h2><b>การปรับตัวในการทำคอนเทนต์</b></h2>
<h3><b>1. วางแผนให้ดี</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">วางแผนให้ดีว่าคอนเทนต์ชนิดใดควรอยู่ตรงไหนบนหน้าเว็บ เพื่อกระตุ้นผู้อ่านให้เกิดความอยากดู อยากอ่าน หรือสนใจจะเข้าไปในส่วนอื่นต่อ</span></p>
<h3><b>2. ทำให้คอนเทนต์มองเห็นได้ง่าย</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ทำให้คอนเทนต์ของตนเองมองเห็นได้ง่าย และชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่อให้ผู้อ่าน “เข้ามาแล้วเจอเลย” ไม่ใช่เข้ามาแล้วต้องกดเข้าไปที่อื่นต่อ</span></p>
<h3><b>3. สร้างคอนเทนต์มีคุณค่า</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">สร้างคอนเทนต์ที่มีคุณค่าสุดๆ ได้ ด้วยการเขียนประเด็นที่เหมาะกับผู้อ่านแบบเฉพาะกลุ่ม ยิ่งเฉพาะมากยิ่งดี หลีกเลี่ยงคอนเทนต์แบบ General Mass เพราะใครๆ ก็ทำได้</span></p>
<h3><b>4. ความเป็นมืออาชีพในการเขียน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ความเป็นมืออาชีพในการเขียน ทั้งการเรียบเรียงประโยค และสะกดคำ (นะคะ/นะค่ะ ใช้กันให้ถูกด้วยนะคะ)</span></p>
<h3><b>5. ชั่งน้ำหนักคุณภาพ vs. ปริมาณ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ชั่งน้ำหนักให้ดีระหว่าง คุณภาพ vs. ปริมาณ เพราะสองอย่างนี้มีเป้าหมายในการทำที่แตกต่างกัน ถ้าเน้นการทำคอนเทนต์เยอะๆ แต่ไม่มีคุณค่า ก็ต้องปรับเปลี่ยนประเด็นมาทำแบบน้อยๆ แต่โดนทุกอันบ้าง แม้พฤติกรรมของผู้อ่านจะเปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างมาก ทำให้ผู้ผลิตคอนเทนต์ต่างๆ ต้องปรับตัวตามตลอดเวลา แต่สุดท้ายแล้วถ้าคอนเทนต์ไหนดี และโดนจริงๆ จะเขียนยาวหรือสั้น ยังไงก็มีคนอ่านแน่นอน ดังนั้น ควรใช้เวลากับการตกผลึกไอเดีย หรือประเด็นในการทำคอนเทนต์ให้มากๆ เพื่อสร้าง Value ให้กับชิ้นงาน และเว็บไซต์ของเรามากที่สุด</span></p>
<h2><b>สรุป</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">พฤติกรรมของนักอ่านออนไลน์กำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วในยุคนี้ คนทำคอนเทนต์ต้องปรับตัวและการสร้างเนื้อหาให้เข้ากับพฤติกรรมนี้ เพื่อให้คอนเทนต์ของเรามีโอกาสได้รับความสนใจและอ่านจริงๆ ให้ความคิดเห็นและแชร์ต่อในโลกออนไลน์ที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน</span></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
