<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Marketing &#8211; shopdd.info</title>
	<atom:link href="https://shopdd.info/tag/marketing/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://shopdd.info</link>
	<description>สินค้า บริการและข่าวประชาสัมพันธ์ออนไลน์</description>
	<lastBuildDate>Thu, 14 Sep 2023 02:14:20 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.4.8</generator>

<image>
	<url>https://shopdd.info/wp-content/uploads/2023/08/cropped-2-32x32.png</url>
	<title>Marketing &#8211; shopdd.info</title>
	<link>https://shopdd.info</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>4P Marketing คืออะไร</title>
		<link>https://shopdd.info/4p-marketing-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 13 Sep 2023 08:07:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Educational Articles]]></category>
		<category><![CDATA[Marketing]]></category>
		<category><![CDATA[4P Marketing]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://shopdd.info/?p=1111</guid>

					<description><![CDATA[4P Marketing คืออะไร ทำความเข้าใจกับหลัก 4P Marketing 4P Marketing คืออะไร ลำดับแรกมาทำความรู้จักเพื่อให้เข้าใจและนำไปใช้อย่างถูกต้อง 4P Marketing คือ หลักการตลาด หรือส่วนผสมทางการตลาดอันประกอบไปด้วย Product (สินค้า), Price (ราคา), Place]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h1><b>4P Marketing คืออะไร</b></h1>
<h2><b>ทำความเข้าใจกับหลัก 4P Marketing</b></h2>
<h3><b>4P Marketing คืออะไร</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ลำดับแรกมาทำความรู้จักเพื่อให้เข้าใจและนำไปใช้อย่างถูกต้อง 4P Marketing คือ หลักการตลาด หรือส่วนผสมทางการตลาดอันประกอบไปด้วย Product (สินค้า), Price (ราคา), Place (ช่องทางการจำหน่าย) และ Promotion (การส่งเสริมการขาย) โดยทั้ง 4 หลักนี้นับเป็นพื้นฐานทางการตลาดที่นักการตลาดทุกคนต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจให้ลึกซึ้งเพื่อนำเอาไปปรับใช้อย่างเหมาะสม ถูกต้อง มีการวางแผนให้ออกไปในทิศทางเดียวกัน สอดคล้องกับธุรกิจ เมื่อธุรกิจมีพื้นฐานตามหลัก 4P แล้ว จะสามารถนำเอากลยุทธ์อื่น ๆ เข้ามาเพิ่มเติมเพื่อให้เติบโตและก้าวหน้าอย่างที่คาดหวังเอาไว้ อย่างไรก็ตามในการเริ่มวางแผนเพื่อทำธุรกิจ การนำเอาหลักนี้มาใช้อาจยังเป็นภาพรวมคร่าว ๆ จากนั้นเมื่อทำไปได้สักพักจะค่อย ๆ มองเห็นวิธีที่เหมาะสมในการนำเอากลยุทธ์ดังกล่าวมาปรับใช้  ทำความเข้าใจกับหลัก 4P Marketing  เมื่อรู้ถึงความหมายกันไปแล้ว คราวนี้ก็มาทำความเข้าใจในเรื่องของหลัก 4P Marketing ให้มากขึ้นกว่าเดิม P แต่ละตัวแท้จริงมีความหมายและหลักที่ดีในการทำธุรกิจอย่างไร</span></p>
<h3><b>1. Product สินค้า / บริการ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ในทางการตลาด Product จะรวมทั้งสินค้า (Goods) และบริการ (Service) ต่าง ๆ ที่มีผู้ขายส่งมอบให้กับผู้ซื้อและเกิดความพึงพอใจมากที่สุด ในส่วนของสินค้านั้นยังแบ่งย่อยได้ 2 ประเภท คือ สินค้าที่จับต้องได้ กับ สินค้าที่จับต้องไม่ได้ คือ ไม่มีตัวตนสินค้า แต่รู้ว่าได้ทำการซื้อเพื่อไว้ใช้งานแล้ว ขณะที่บริการก็แบ่งออกเป็น 2 ประเภท เช่นกัน ได้แก่ บริการแบบมีส่วนร่วม คือ ผู้ซื้อเข้าไปมีส่วนร่วมในบริการนั้น ๆ เช่น บริการนวดสปา, รถโดยสาร และบริการแบบไม่มีส่วนร่วม คือ ผู้ซื้อได้รับบริการแต่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ในระหว่างบริการนั้น เช่น การขนส่งสินค้า เป็นต้น ซึ่งการวางแผนธุรกิจลำดับแรกต้องรู้ว่าสินค้าของตนเองคืออะไร มีกลุ่มเป้าหมายคือใคร สินค้า / บริการนั้น ๆ ถูกแบ่งให้อยู่ในประเภทไหน เพื่อการวางแผนในขั้นตอนอื่น ๆ ที่ง่ายขึ้นกว่าเดิม สังเกตเวลาจะเริ่มทำธุรกิจสิ่งแรกที่คนมักถามถึงคือ “ขายอะไร?” นั่นเอง</span></p>
<h3><b>2. Price ราคา</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อรู้แล้วว่าสินค้าของตนเองคืออะไร กลยุทธ์ 4P Marketing ลำดับต่อไปคือเรื่องของ การกำหนดราคา ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ห้ามมองข้ามเด็ดขาด เสมือนเป็นตัวชี้วัดที่ดีว่า สินค้า / บริการ ที่กำลังทำธุรกิจนั้นจะสร้างผลกำไรให้มากน้อยเพียงใด ทั้งนี้ปัจจัยในการตั้งราคาขายมีด้วยกันหลายประเด็น เช่น ต้นทุนสินค้า, ค่าแรง, ต้นทุนเรื่องช่องทางการจัดจำหน่าย การโฆษณา, ผลกำไรที่ต้องการ ฯลฯ อีกทั้งยังเป็นการบ่งบอกถึงระดับของสินค้าว่าอยู่ในเกรดไหนด้วย เป็นการชี้กลุ่มเป้าหมายให้เห็นชัดเจนมากขึ้น เช่น ราคาสูงตามคุณภาพของวัตถุดิบก็จะต้องพุ่งเป้าไปที่คนมีรายได้สูง เป็นต้น ทั้งนี้การตั้งราคายังแบ่งออกได้หลายประเภท ได้แก่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">-การตั้งราคาเดียว คือ ราคาสินค้า / บริการ มีราคาเดียว ไม่เปลี่ยนแปลง เพิ่มเติม เช่น กาแฟสตาร์บัคที่ขาย&#8211;ราคาเดียวทั่วโลก, ร้านขายของทุกอย่าง 20 บาท เป็นต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">-การตั้งราคาแตกต่าง คือ การกำหนดราคาสินค้าแต่ละชนิดให้แตกต่างตามความเหมาะสม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">-การตั้งราคาขายแบบแพ็คเกจ คือ การตั้งราคาขายส่ง หรือขายสินค้าในปริมาณมาก ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">-การตั้งราคาตามสายราคา คือ การกำหนดราคาของสินค้าตามลักษณะ ขนาด เช่น ชานมแก้วเล็ก กลาง ใหญ่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">-การตั้งราคาเชิงจิตวิทยา คือ การตั้งราคาให้ผู้ซื้อรู้สึกว่าน่าสนใจ หรือราคาถูก เช่น 99 บาท ผู้ซื้อจะรู้สึกว่าราคาไม่ถึง 100 ซึ่งเมื่อเทียบกับอีกร้านที่ขายเหมือนกัน แต่ตั้งราคา 100 บาท ร้าน 99 บาท มักได้รับความสนใจมากกว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">-การตั้งราคาตามจำนวน คือ การวิธีกำหนดสินค้าตามจำนวนที่ขาย เช่น 100 กรัม, 500 กรัม</span></p>
<h3><b>3. Place / Platform ช่องทางการจัดจำหน่าย</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">คือ วิธีที่จะนำเอาสินค้า / บริการ ไปให้กับลูกค้า สำหรับร้านค้าออนไลน์ แน่นอนว่าช่องทางหลักคือ โลกออนไลน์ แต่ก็แบ่งออกได้อีก เช่น ขายผ่าน Social Media, เว็บไซต์ เป็นต้น แต่ถ้าเป็นธุรกิจอื่น ๆ ก็จะมีช่องทางแยกย่อยไปอีก เช่น การวางสินค้าในห้าง ร้านสะดวกซื้อ, การขายแฟรนไชส์ ฯลฯ</span></p>
<h3><b>4. Promotion / Promote การส่งเสริมการขาย</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">คือวิธีที่จะดึงดูดให้ลูกค้าเกิดความสนใจ และอยากเข้ามาซื้อสินค้า หรือใช้บริการมากขึ้น ซึ่งเรื่องของการส่งเสริมการขายนี้ยังแบ่งแยกย่อยออกไปได้หลากหลายมาก เช่น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">-การโฆษณา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">-การประชาสัมพันธ์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">-ลด แลก แจก แถม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">-การให้ทดลองใช้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">-การออกบูธเพื่อสร้างการรับรู้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประเภทธุรกิจและความเหมาะสมของช่วงเวลานั้น ๆ ว่าจะเลือกใช้การส่งเสริมการขายแบบใด เช่น การลดราคาสินค้าในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่, การโฆษณาให้เกิดไวรัลเพื่อสร้างการรับรู้ของลูกค้า เป็นต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่คือเรื่องราวของ 4P Marketing ที่นำมาฝากสำหรับคนที่อยากเปิดธุรกิจออนไลน์ อย่างไรก็ตามแม้จะขายเป็น ขายได้ ขายดี แต่บริการไม่ดี ธุรกิจก็มีสิทธิ์พังได้ จึงอยากแนะนำให้เสริมความแข็งแกร่งด้วยระบบจัดการร้านค้าออนไลน์ที่ครอบคลุมทุกขั้นตอน ตอบโจทย์ทุกการขายของ Fillgoods เรื่องหลังบ้านร้านค้าออนไลน์จะง่ายขึ้นกว่าเดิม</span></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
