<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Sitelinks &#8211; shopdd.info</title>
	<atom:link href="https://shopdd.info/tag/sitelinks/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://shopdd.info</link>
	<description>สินค้า บริการและข่าวประชาสัมพันธ์ออนไลน์</description>
	<lastBuildDate>Tue, 26 Sep 2023 06:40:35 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.4.8</generator>

<image>
	<url>https://shopdd.info/wp-content/uploads/2023/08/cropped-2-32x32.png</url>
	<title>Sitelinks &#8211; shopdd.info</title>
	<link>https://shopdd.info</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>Sitelinks คืออะไร?</title>
		<link>https://shopdd.info/sitelinks-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 26 Sep 2023 06:40:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Educational Articles]]></category>
		<category><![CDATA[Technology]]></category>
		<category><![CDATA[Sitelinks]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://shopdd.info/?p=1491</guid>

					<description><![CDATA[Google Sitelinks คืออะไร? Sitelinks คืออะไร? Sitelinks คือ ลิงก์ หรือเมนูต่างๆ ที่อยู่ภายในเว็บไซต์ภายใต้ Domain เดียวกับเรา ซึ่งจะแสดงอยู่ภายใต้ Title และ Meta Description เวลาเราเสิร์ชหาข้อมูลบน Google โดยส่วนใหญ่แล้ว]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">Google Sitelinks คืออะไร?</span></p>
<h2><b>Sitelinks คืออะไร?</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">Sitelinks คือ ลิงก์ หรือเมนูต่างๆ ที่อยู่ภายในเว็บไซต์ภายใต้ Domain เดียวกับเรา ซึ่งจะแสดงอยู่ภายใต้ Title และ Meta Description เวลาเราเสิร์ชหาข้อมูลบน Google โดยส่วนใหญ่แล้ว Sitelinks จะแสดงเมื่อเราค้นหาด้วย Keyword ที่เป็น ชื่อแบรนด์ หรือชื่อเว็บไซต์ อัลกอริทึมของ Google จะเป็นคนเลือกเอง เจ้าของเว็บไม่สามารถเลือกได้ แต่เราสามารถกำหนดได้ว่าไม่อยากให้ลิงก์ไหนถูกนำไปแสดงเป็น Sitelinks</span></p>
<h3><b>การเลือก Sitelinks โดยอัลกอริทึมของ Google</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การแสดง Sitelinks บนผลการค้นหา Google เป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างมาก เพราะมันช่วยให้ผู้ใช้งานเราสามารถเข้าถึงเนื้อหาต่างๆ ของเว็บไซต์ได้ง่ายขึ้น แต่ทำไม Google ถึงแสดง Sitelinks บนผลการค้นหา? อัลกอริทึมของ Google จะพิจารณาความน่าสนใจและความสำคัญของเว็บไซต์เรา เพื่อให้ผู้ใช้งานได้รับประสบการณ์การค้นหาที่ดีที่สุด</span></p>
<h2><b>ประเภทของ Sitelinks</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">มีหลายประเภทของ Sitelinks ที่อาจปรากฏบนผลการค้นหา Google ได้ เราจะพูดถึงประเภทหลักๆ ดังนี้:</span></p>
<h3><b>1.Organic Sitelinks</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">Sitelinks แบบทั่วไปจะรองรับการเสิร์ช Keyword ที่เป็นชื่อแบรนด์ หรือชื่อเว็บไซต์โดยตรง โดยส่วนใหญ่ Sitelinks ประเภทนี้จะแสดงให้กับเว็บไซต์ที่อยู่อันดับ 1 บน Google เท่านั้น และแสดงผลได้มากที่สุดถึง 6 ลิงก์</span></p>
<h3><b>2.One-line sitelinks</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">Sitelinks ที่แสดงลิงก์เมนูแบบบรรทัดเดียว โดยจะแสดงอยู่ใต้ Title และ Description ของเว็บไซต์ ประเภทนี้สามารถแสดงขึ้นมาได้โดยไม่จำเป็นต้องค้นหาด้วยชื่อแบรนด์ หรืออันดับ 1 เท่านั้น สามารถแสดงได้มากสุดถึง 4 ลิงก์</span></p>
<h3><b>3.Sitelinks search box</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">Sitelinks แบบนี้จะแสดงช่องค้นหาข้อมูลในเว็บไซต์ตั้งแต่หน้าผลการค้นหาบน Google ช่วยให้ลูกค้าสามารถเสิร์ชหาข้อมูล หรือสินค้าที่ต้องการบนเว็บไซต์นั้นได้ทันที แต่ช่องค้นหานี้จะแสดงขึ้นมาเอง โดยทีอัลกอริทึมของ Google จะเป็นคนนำขึ้นเอง</span></p>
<h3><b>4.Paid Sitelinks</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจาก Sitelinks แบบธรรมชาติที่ Google เป็นคนเลือกแสดงแล้ว หากเว็บไซต์ของคุณทำโฆษณา Google ก็สามารถสร้าง Extension Sitelinks เลือกเมนู หรือหน้าที่คุณต้องการแสดงบนโฆษณาได้ด้วยตัวเอง</span></p>
<h2><b>ข้อดีของการมี Sitelinks</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อเว็บไซต์ของเรามีการแสดงผล Sitelinks สิ่งแรกที่เราจะเห็นเลยคือพื้นในการแสดงข้อมูลเพิ่มขึ้น เพราะมีเมนูต่างๆ เพิ่มขึ้นมา ทำให้คนที่เสิร์ชสามารถเลือกคลิกเข้าชมหน้าอื่นๆ ได้ง่ายยิ่งขึ้น ผลลัพธ์ที่ตามมาอีกคือ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">-ช่วยเพิ่มโอกาสในการคลิก (CTR) ให้สูงขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">-เพิ่มจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">-เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสินค้า บริการต่างๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">-สร้างความน่าเชื่อถือ และความน่าสนใจให้กับแบรนด์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้การปรับโครงสร้างเว็บไซต์ให้มีการโอกาสแสดง Sitelinks เรายังใช้วิธีและหลักการเดียวกันกับการทำ SEO ด้วยทำให้เว็บไซต์มีโอกาสติดอันดับได้ดียิ่งขึ้น</span></p>
<h2><b>วิธีปรับแต่งเว็บไซต์เพื่อแสดง Sitelinks</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">หากคุณต้องการให้เว็บไซต์ของคุณมีโอกาสแสดง Sitelinks สามารถทำตาม 5 วิธีดังนี้:</span></p>
<h3><b>1.วางโครงสร้างเว็บไซต์ (Sitemap) ให้ง่ายต่อการค้นหา</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">Sitemap หรือแผนผังเว็บไซต์เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่กำหนดได้ว่าเว็บไซต์ของเราสามารถเข้ามาใช้งานได้ง่ายหรือไม่ คนที่เข้ามาในเว็บไซต์จะหาข้อมูลสินค้า หรือบริการหน้าอื่นๆ เจอรึป่าว หากเรามีการวางแผนทำโครงสร้างเว็บไซต์ให้ชัดเจนก่อนเริ่มทำเว็บไซต์ก็จะช่วยให้ Bot Google เก็บเว็บไซต์คุยได้ง่ายยิ่งขึ้น</span></p>
<h3><b>2.ส่ง Sitemap ให้กับ Google</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">Bot Google มีการค้นหา เข้ามาเก็บข้อมูลเว็บไซต์อยู่เรื่อยๆ แต่ถ้าคุณต้องการเรียก Bot Google ให้เข้ามาเก็บข้อมูลเร็วยิ่งขึ้น คุณสามารถทำได้โดยส่ง Submit URL ใน Google Search Console</span></p>
<h3><b>3.ให้ความสำคัญกับการทำ Internal Link</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">Internal Link ถือเป็นเทคนิคที่ช่วยสร้าง Traffic ภายในเว็บไซต์ได้เป็นอย่างดี หากเราสร้างลิงก์เหล่านี้เชื่อมโยงไปยังสินค้า หรือบริการหลักก็จะช่วยให้ Google มีแนวโน้มที่จะทำหน้านั้นเป็น Sitelinks มากขึ้น</span></p>
<h3><b>4.ระวังการตั้งชื่อหัวข้อหน้าเพจซ้ำกัน (สำคัญ)</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">Heading 1 / Title Tag (หัวข้อหน้าเพจ) ถือเป็นส่วนสำคัญสำหรับการทำ SEO อย่างหนึ่ง การเขียนควรเขียนให้สอดคล้องกับ Keyword และน่าสนใจ ดึงดูดให้คนคลิก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่สิ่งที่เราพบเห็นบ่อยๆ คือหลายคนที่ทำเว็บไซต์มักจะไม่ค่อยให้ความสำคัญกับหัวข้อหน้าเพจเท่าไหร่ ตั้งชื่อชั่วคราวสั้นๆ หรือใช้คำที่ซ้ำกันไปก่อนให้หน้านั้นเสร็จเร็วที่สุด ปัญหานี้จะพบได้มากกับเว็บไซต์ E-Commerce ที่มีชื่อสินค้าคล้ายๆ กัน การตั้งชื่อ Title เหมือนกันอาจส่งผลให้ Google สับสน และนำทั้ง 2 หน้าที่มีชื่อเหมือนกันไปจัดทำ Sitelinks ด้วย เมื่อลูกค้าเสิร์ชมาเจอก็อาจสร้างความสับสนให้กบลูกค้าได้อีกด้วยเช่นกัน</span></p>
<h3><b>5.ปรับแต่งหน้าเพจด้วยเทคนิค SEO (สำคัญ)</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การ SEO นอกจากจะปรับปรุงเว็บไซต์ให้มีคุณภาพ ทำให้ติดอันดับ และได้จำนวนผู้ชมเพิ่มขึ้นแล้ว ก็ยังช่วยให้ Google มองว่าเว็บไซต์ของคุณมีประโยชน์กับคนที่ค้นหาบน Google อีกด้วย จึงทำให้ Google มีโอกาสนำหน้าติดอันดับสูงๆ มาจัดทำ Sitelinks มากขึ้น</span></p>
<h2><b>สรุป</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าคุณอยากให้เว็บไซต์มีโอกาสแสดง Sitelinks สามารถทำตาม 5 วิธีที่ผมแนะนำในได้เลย &#8211; วางโครงสร้างเว็บไซต์ (Sitemap) ให้ง่ายต่อการค้นหา &#8211; ส่ง Sitemap ให้กับ Google &#8211; ให้ความสำคัญกับการทำ Internal Link &#8211; ระวังการตั้งชื่อหัวข้อหน้าเพจซ้ำกัน (สำคัญ) &#8211; ปรับแต่งหน้าเพจด้วยเทคนิค SEO หากคุณสามารถปรับแต่งเว็บไซต์ได้ตามนี้ครบถ้วน ไม่เพียงแต่จะมีโอกาสแสดง Sitelinks แต่คุณยังได้โอกาสในการติดอันดับบน Google สูงยิ่งขึ้นด้วย</span></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
