<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>UTM &#8211; shopdd.info</title>
	<atom:link href="https://shopdd.info/tag/utm/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://shopdd.info</link>
	<description>สินค้า บริการและข่าวประชาสัมพันธ์ออนไลน์</description>
	<lastBuildDate>Fri, 29 Sep 2023 07:11:03 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.4.8</generator>

<image>
	<url>https://shopdd.info/wp-content/uploads/2023/08/cropped-2-32x32.png</url>
	<title>UTM &#8211; shopdd.info</title>
	<link>https://shopdd.info</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>UTM คืออะไร? เทคนิคการวัดผลลัพธ์การตลาดออนไลน์</title>
		<link>https://shopdd.info/utm-%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%84-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94-%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b9%8c/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 29 Sep 2023 07:11:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Educational Articles]]></category>
		<category><![CDATA[Technology]]></category>
		<category><![CDATA[UTM]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://shopdd.info/?p=1575</guid>

					<description><![CDATA[UTM คืออะไร? เทคนิคการวัดผลลัพธ์การตลาดออนไลน์ การทำการตลาดออนไลน์สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเราต้องสามารถวัดผลลัพธ์ได้ เพื่อให้เราสามารถวิเคราะห์ยอดขาย การเติบโตของธุรกิจ และประสิทธิภาพของการทำการตลาดในแต่ละช่องทาง ซึ่งเครื่องมือที่เราใช้อยู่ในปัจจุบันไม่ว่าจะเป็น Google Analytics, Google Search Console หรือเครื่องมือจากแพลตฟอร์มต่างๆ ที่เราไปลงโฆษณาอาจมีรายงานให้เราสามารถดูได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งหากเราต้องการวัดผลลัพธ์ให้ได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น สิ่งที่จะช่วยคุณได้คือการทำ UTM Tracking นั่นเอง]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h1><b>UTM คืออะไร? เทคนิคการวัดผลลัพธ์การตลาดออนไลน์</b></h1>
<p><span style="font-weight: 400;">การทำการตลาดออนไลน์สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเราต้องสามารถวัดผลลัพธ์ได้ เพื่อให้เราสามารถวิเคราะห์ยอดขาย การเติบโตของธุรกิจ และประสิทธิภาพของการทำการตลาดในแต่ละช่องทาง ซึ่งเครื่องมือที่เราใช้อยู่ในปัจจุบันไม่ว่าจะเป็น Google Analytics, Google Search Console หรือเครื่องมือจากแพลตฟอร์มต่างๆ ที่เราไปลงโฆษณาอาจมีรายงานให้เราสามารถดูได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งหากเราต้องการวัดผลลัพธ์ให้ได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น สิ่งที่จะช่วยคุณได้คือการทำ UTM Tracking นั่นเอง</span></p>
<h2><b>UTM คืออะไร?</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">UTM คือ Urchin Tracking Modules หรือ UTM คือ Parameters หรือตัวแปรต่างๆ ที่เราใส่เข้าไปในท้าย URL เว็บไซต์เพื่อวัดผลลัพธ์ในเรื่องของการเข้าชมเว็บไซต์ ลูกค้ามาจากช่องทางไหน มาด้วยวิธีอะไร และมาจากแคมเปญอะไร</span></p>
<h2><b>องค์ประกอบของ UTM</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">พื้นฐานของ UTM ประกอบด้วย 3 อย่างหลัก:</span></p>
<p><b>-utm_source: Source </b><span style="font-weight: 400;">เราจะใช้สำหรับบอกแหล่งที่มาของผู้ชมเว็บไซต์ ลูกค้าของเรามาจากช่องทางไหน เช่น Facebook, Twitter, Instagram หรือชื่อเว็บไซต์ที่เรานำแบนเนอร์ไปฝากให้เค้าช่วยโปรโมท</span></p>
<p><b>-utm_medium: Medium </b><span style="font-weight: 400;">เป็นส่วนที่บอกกับเราว่าลูกค้าคนนั้นเข้ามาที่เว็บไซต์ของเราด้วยวิธีไหน จะเป็นการคลิกแบนเนอร์ คลิกโฆษณา คลิกลิงก์ หรืออื่นๆ</span></p>
<p><b>-utm_campaign: Campaign</b><span style="font-weight: 400;"> เป็นส่วนสุดท้าย แต่ไม่ท้ายสุดที่เราจะใช้กัน ช่วยบอกกับเราว่าแคมเปญที่เราทำอยู่นั้นชื่ออะไร เป็นเรื่องอะไร</span></p>
<h3><b>องค์ประกอบที่เพิ่มเข้ามา</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกเหนือจาก 3 องค์ประกอบหลักนี้เรายังสามารถเพิ่ม utm_term และ utm_content เข้าไปได้อีก ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการใช้งานของแต่ละคน</span></p>
<p><b>-utm_term: </b><span style="font-weight: 400;">ใช้สำหรับบอก Keyword ที่ใช้ในแคมเปญนั้นๆ</span></p>
<p><b>utm_content: </b><span style="font-weight: 400;">ใช้สำหรับบอกเนื้อหาที่แตกต่างกันในแคมเปญนั้นๆ</span></p>
<h2><b>วิธีการดูผลลัพธ์จาก UTM Tracking</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">การดูผลลัพธ์ของลิงก์ที่ติด UTM เราสามารถดูได้จากเครื่องมือ Google Analytics โดยจะแบ่ง 2 ส่วนได้แก่</span></p>
<p><b>รายงาน Source/Medium</b><b>  </b><span style="font-weight: 400;">ใช้สำหรับดูแหล่งที่มา และวิธีที่ลูกค้าเข้ามาในเว็บไซต์</span></p>
<p><b>รายงาน Campaign  </b><span style="font-weight: 400;">ใช่สำหรับดู Traffic ที่มาจากแต่ละแคมเปญ</span></p>
<h2><b>วิธีการทำ UTM Tracking</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">การลิงก์ UTM นั้นไม่ใช่เรื่องยากเลย เพียงแค่เข้าไปที่ Campaign URL Builder แล้วใส่ตัวแปรที่เราต้องการติดตั้งเข้าไปตามช่องต่างๆ เมื่อครบแล้วก็ Copy ลิงก์ด้านล่าง พร้อมเอาไปใช้งานได้เลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การติดตั้ง UTM จะช่วยให้คุณสามารถวัดผลลัพธ์ของ Traffic เว็บไซต์ และแคมเปญการตลาดออนไลน์ได้แม่นยำมากยิ่งขึ้น วิเคราะห์และนำไปใช้ในการวางกลยุธ์การตลาดออนไลน์ เพื่อค้นหาแคมเปญที่เหมาะสมกับธุรกิจ พร้อมสร้างยอดขายให้คุณได้จริง</span></p>
<h2><b>สรุป</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">UTM Tracking เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้เราวัดผลลัพธ์การตลาดออนไลน์ได้อย่างแม่นยำ ด้วยการใส่พารามิเตอร์ต่างๆ เข้าไปใน URL เว็บไซต์ เราสามารถติดตามแหล่งที่มาของลูกค้า วิธีที่พวกเขาเข้ามา และแคมเปญที่เราทำอยู่ได้โดยละเอียด นำข้อมูลเหล่านี้มาวิเคราะห์เพื่อปรับกลยุทธ์การตลาดให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นและสร้างยอดขายให้กับธุรกิจของคุณ</span></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
