ความสำคัญของการวัด ROI ใน SEO

0
157
SSUCv3H4sIAAAAAAACA3WRTU/DMAyG/0rkc8VA3HqfkJAQE+M2cXBT01lL4ypOO8rU/46zD2kXbv54Y79+coIGlT3UJ+AQRs0JM0uE+qkCajlLYgxQPy4VaMY8KqlpLfOYqbPuOb8N2Z1KHWrYchd1tZ37RoKCvR0bq76xegoBI8mosFQ39Sf5fZQg3fyf9KsC7Cj6uSy37YkC4dnLzlqHY6bUX41N3JJcQhxbLiFM4tF81M/FuB0pfal2CYc9+8QTpZK3pD4V8+t3hxHDrKyOVXrKib3z0g+iXPC4I+e9O1LjZMjc8+8ZmtPLvW4ib+DcPdAHtzaa2ARy683Wxrfug2JLporudfPiviX1BqOC/FOQQHVlc5mlKy/R05BHDKt8j0sO9lfLsvwBbD4VockBAAA=

ความสำคัญของการวัด ROI ใน SEO

ROI หรือ Return on Investment เป็นเครื่องมือสำคัญที่ทุกคนที่ทำ SEO ควรรู้จักและเข้าใจอย่างดี แม้ว่าคำนวณ ROI อาจดูซับซ้อน แต่มันสำคัญมาก เพราะมันช่วยให้เราวัดผลการลงทุนใน SEO ได้อย่างชัดเจน นั่นหมายความว่าเราสามารถพิสูจน์ได้ว่าการลงทุนใน SEO มีความคุ้มค่าและสามารถทำกำไรได้จริง และนี่คือเหตุผลที่นักการตลาดและผู้ดูแลเว็บไซต์ต้องให้ความสำคัญกับ ROI ของ SEO อย่างมาก

การเข้าใจ ROI คือสิ่งสำคัญสำหรับคนทำ SEO

คนทำ SEO ต้องรู้! การวัดผลการตอบแทนของการลงทุน  เราจะมาเจาะ ROI ของ SEO ซึ่งเป็นหัวข้อสำคัญที่เจ้าของเว็บไซต์และธุรกิจต้องเข้าใจกัน แต่สำหรับนักการตลาดและผู้ดูแลเว็บไซต์ในบริษัทนั้นอาจสำคัญยิ่งกว่ามาเลยทีเดียว แน่นอนว่าเราในฐานะคนทำ SEO ไม่สามารถทำงานที่สำคัญและมีกำไรได้ หากเราไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่ามันทำกำไรได้นั่นเอง

ROI คืออะไร?

ROI หรือ Return on Investment เป็นเครื่องมือที่ง่ายที่สุดในการช่วยตัดสินใจการลงทุน ซึ่งเป็นเครื่องมือพื้นฐานเลยก็ว่าได้ มักจะใช้สำหรับเปรียบเทียบโอกาสการลงทุนในอนาคต และประเมินผลการลงทุนในอดีตค่ะ โดยการคำนวณผลตอบแทนการลงทุนให้เป็นตัวเลขตัวเดียวที่มีหน่วยเป็นเปอร์เซ็นต์ ซึ่งส่วนตรงนี้เราสามารถหยิบตัวเลขดังกล่าวไปเปรียบเทียบกับทางเลือกการลงทุนอื่นๆได้ โดยการลงทุนที่น่าสนใจ ค่า ROI ต้องเป็นบวกค่ะ แต่จริงๆแล้วแม้ค่า ROI มาก ก็ไม่ได้แปลว่าดีเสมอไป ต้องคำนึงถึงความเสี่ยงอื่นๆเพิ่มด้วยนั่นเอง

ซึ่ง ROI เราจะคำนวณจาก (ผลประโยชน์ที่ได้รับจากการลงทุน – เงินทุนที่ลงทุนไปและต้นทุนอื่นๆ) / เงินทุนที่ลงทุนไปและต้นทุนอื่นๆ

ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น นางสาวเอได้ลงทุนในหุ้น MWE เมื่อ 3 ปีที่แล้วเป็นเงิน 20,000 บาท ระหว่างที่ถือหุ้น MWE นางสาวเอก็ได้เงินปันผลรวม 1,500 บาท และตัดสินใจขายในปัจจุบันได้เงิน 24,000 บาท ดังนั้นการลงทุนในหุ้น MWE นี้จะได้ ROI เท่ากับ (24,000 + 1500) – 20,000) / 20,000 = 27.5%

ซึ่งอย่างที่บอกไปด้านบนนะคะว่าตัวเลข ROI จะต้องเป็นบวก

เพราะหากติดลบเมื่อไหร่ นั่นหมายความว่าที่ลงทุนไปไม่คุ้มค่านั่นเองค่ะ โน้ตไว้ตัวแดงๆ เลยว่าทุกคนอย่าลืมใส่ต้นทุนค่าเสียโอกาส ต้นทุนในการทำธุรกรรม เช่น ค่านายหน้าในการซื้อขายสินทรัพย์ ต้นทุนภาษี ค่าบำรุงรักษา และอีกต้นทุนมากมายนะคะ เพราะถ้าเราลืมใส่เข้าไป อาจทำให้เรามองเห็น ROI ที่สูงเกินจริงแล้วตัดสินใจผิดพลาดได้ค่ะ

แล้ว ROI ของ SEO คืออะไร? ทำไมต้องวัดผล?

ROI ของ SEO นั้นจะคำนวณผลตอบแทนการลงทุนจากการปรับประสิทธิภาพเว็บไซต์ของเรา เช่น การอัพเดตเนื้อหาต่างๆที่แทรกคีย์เวิร์ด SEO ในหน้าเว็บไซต์อยู่เสมอ อยากให้ทุกคนคิดว่าการทำ SEO นั้นเป็นกลยุทธ์ระยะยาวในการสร้างผลกำไร จะไม่เป็นการสร้าง ROI แบบรวดเร็วเหมือน PPC ที่จ่ายค่าคลิกแล้วจะมีการคาดการณ์จำนวนคนเข้าชมเลย ส่วนใหญ่แล้ว สาเหตุแรกที่การคำนวณผลตอบแทนจากการลงทุนของแคมเปญ SEO นั้น ยากในช่วงแรกๆ ก็เพราะว่าการคำนวณนี้ไม่มีสูตรตายตัวที่สามารถให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำ 100% ได้ค่ะ ROI ของ SEO นั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ มากมาย รวมถึงประเภทของธุรกิจ กลยุทธ์เฉพาะของเรา และค่าใช้จ่ายอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

ทำไมถึงต้องวัด SEO ROI?

ถ้าเราไม่แน่ใจว่าเราได้กำไรจากลงทุนในกลยุทธ์ SEO บ้างหรือเปล่า สุดท้ายแล้วเราจะไม่สามารถรู้ได้ว่ากลยุทธ์ไหนที่เราใช้แล้วมีประสิทธิภาพดีที่สุด และกลยุทธ์ไหนเราควรปรับปรุง ถ้าเราไม่คำนวณ ROI เราก็จะไม่สามารถรู้ได้เลยค่ะ ว่าแคมเปญ SEO ที่เราทำไปนั้นคุ้มกับความพยายามหรือไม่ หรืออาจจะคำนวณดูว่าจริงๆ แล้ว เรามีต้นทุนในการทำ SEO เท่าไหร่ และถ้าจะต้องลงทุนทำเองหรือจ้างทำจะต้องลงทุนมาก-น้อยแค่ไหนเพื่อเพิ่มผลตอบแทนให้กับธุรกิจ

เราจะคำนวณ ROI ของ SEO ได้ยังไง?

การคำนวณ ROI ของ SEO นั้นคล้ายกับการคำนวณ ROI ปกติเลยค่ะ ซึ่งสิ่งที่เราต้องมีคือตัวเลขสองตัวนั่นก็คือ

ต้นทุน SEO : จำนวนเงินที่เราใช้ในแคมเปญ SEO ของคุณ

-หากเราใช้เอเจนซี่ในการจัดการ SEO แม้ว่าค่าบริการ SEO จะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับแพ็คเกจแต่ละที่ แต่แพ็คเกจส่วนใหญ่จะมีค่าธรรมเนียมรายเดือนคงที่ ซึ่งส่วนนี้จะทำให้ง่ายต่อการคำนวณค่าใช้จ่ายของเรา

-ซอฟต์แวร์หรือเครื่องมือต่างๆ ในการคำนวณ SEO ของเรา ตัวอย่างเช่น หากเราใช้ Mangoos ให้นำค่าใช้จ่ายรายเดือนของเครื่องมือมาคำนวณ ควบคู่ไปกับซอฟต์แวร์ที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เราใช้

-ต้นทุนอื่นๆที่ใช้จ่ายในการทำ SEO เช่น ค่าเสียเวลา

กำไร SEO : จำนวนเงินที่เราได้รับกลับมาจากแคมเปญ SEO ของคุณ

หลังจากนั้นเรามาเข้าสูตรกันเลยค่ะ นั่นก็คือ (กำไรจาก SEO – ต้นทุน SEO ที่ลงทุนไปและต้นทุนอื่นๆ) / ต้นทุน SEO ที่ลงทุนไปและต้นทุนอื่นๆ ถ้าหากว่าผลลัพธ์ ROI นั้นเป็นบวก แน่นอนเลยว่าการลงทุนไปกับ SEO นั้นคุ้มค่าแล้วนั่นเอง

สรุป

1.เราวัด ROI เพื่อคำนวณดูว่าจริงๆ แล้ว เรามีต้นทุนในการทำ SEO เท่าไหร่ และถ้าจะต้องลงทุนทำเองหรือจ้างทำจะต้องลงทุนมาก-น้อยแค่ไหนเพื่อเพิ่มผลตอบแทนให้กับธุรกิจ

2.ผลตอบแทนการลงทุนของ SEO นั้นมาจากการปรับประสิทธิภาพเว็บไซต์ของเรา เช่น อัพเดตคอนเทนต์ในเว็บไซต์อยู่เสมอ

3.สิ่งที่ใช้ในการคำนวณ ROI ของ SEO คือ ต้นทุน SEO และ กำไร SEO

4.ผลลัพธ์ ROI จะต้องเป็นบวก เพราะหากติดลบเมื่อไหร่ นั่นหมายความว่าที่ลงทุนไปไม่คุ้มค่านั่นเอง

การวัด ROI ใน SEO เป็นขั้นตอนสำคัญที่ทุกนักการตลาดและเจ้าของเว็บไซต์ควรทำ เพราะมันช่วยให้เราทราบว่าการลงทุนใน SEO มีความคุ้มค่าหรือไม่ และช่วยปรับปรุงกลยุทธ์ SEO ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ดังนั้น คำนวณ ROI ใน SEO คือสิ่งที่ควรทำเพื่อความสำเร็จของธุรกิจของคุณ

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here


The maximum upload file size: 2 GB.
You can upload: image.